10 บอนไซญี่ปุ่น ที่น่าสนใจ

บอนไซ (Bonsai) คือศิลปะของการปลูกต้นไม้ในกระถางเล็กๆ ที่มีที่มาจากญี่ปุ่น แม้ว่าจะมีประวัติศาสตร์ในประเทศจีน แต่เมื่อถูกนำไปยังญี่ปุ่น บอนไซจึงได้รับการพัฒนาและประดิษฐ์ให้เป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างและเป็นเอกลักษณ์ของ บอนไซญี่ปุ่น มากยิ่งขึ้น

นี่คือ 10 ประเภทบอนไซญี่ปุ่นที่น่าสนใจ

Shakan ,Moyogi ,Ikadabuki ,Kengai ,Shari ,Bunjin ,Sekijoju ,Netsunagari ,Fukinagashi ,Hokidachi

การศึกษาและศิลปะบอนไซเป็นการที่น่าสนใจมาก เนื่องจากต้นไม้เหล่านี้ถูกปลูกและรักษาเพื่อให้มีรูปร่างและลักษณะที่สวยงาม ซึ่งต้องการความรู้และความสามารถที่สูงในการรักษา

1 บอนไซญี่ปุ่น Shakan

“Shakan” (斜幹) ในบอนไซญี่ปุ่นหมายถึงรูปแบบของต้นไม้ที่มีลำต้นเอียงออกไป เป็นหนึ่งในรูปแบบที่นิยมในวงการบอนไซ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่สามารถสื่อความแข็งแรงและความอดทนในการต้านทานกับสภาพแวดล้อมได้ ต้นบอนไซแบบ Shakan จะมีลักษณะดังนี้

  • ลำต้น: ลำต้นของบอนไซ แบบ Shakan จะเอียงออกไปจากฐานต้นโดยมีมุมเอียงประมาณ 30 ถึง 80 องศา ความเอียงนี้ทำให้เกิดความรู้สึกของการเอียงเนื่องจากลมหรือสภาพแวดล้อมอื่น ๆ
  • กิ่ง: กิ่งจะถูกจัดรูปแบบให้เข้ากับรูปร่างของลำต้น โดยกิ่งที่อยู่ด้านบนจะมักแนบชิดกับลำต้น และกิ่งที่อยู่ด้านล่างจะโผล่ออกไปมากกว่า
  • ราก: รากของต้นไม้บอนไซแบบ Shakan จะแข็งแรงและคลุมล้อมดินในกระถาง โดยเฉพาะที่ด้านที่ต้นไม้เอียงไป ซึ่งจะช่วยให้ต้นไม้ยืนตรงได้
  • กระถาง: กระถางที่ใช้สำหรับบอนไซแบบ Shakan มักจะเป็นแบบครีบ มีความยาวและกว้างพอสมควร ทำให้เกิดความสมดุลกับต้นไม้
  • การสนับสนุน: ในบางกรณี ต้นไม้บอนไซแบบ Shakan อาจต้องการสายรัดหรือเสาเพื่อให้ลำต้นยืนตรงในแนวที่ต้องการ

การสร้างบอนไซแบบ Shakan ต้องใช้ทักษะและความอดทนเป็นอย่างมาก เพื่อให้ต้นไม้มีรูปร่างที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อสำเร็จแล้ว จะได้ต้นไม้ที่มีความสวยงามและมีความหมายที่พิเศษ

2 บอนไซญี่ปุ่น Moyogi

“Moyogi” หรือ “模様木” เป็นรูปแบบหนึ่งของบอนไซที่มีลักษณะเด่นของลำต้นที่โค้งงอแต่ยังคงความสมดุล และลำต้นส่วนใหญ่จะยืนตรงขึ้นโดยไม่เอียงมากเช่นกัน ซึ่งขณะเดียวกันยังมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่สวยงามและธรรมชาติ

ลักษณะเด่นของรูปแบบ Moyogi ได้แก่

  • ลำต้น: ลำต้นจะมีลักษณะโค้งงออย่างสวยงาม แต่ยังคงยืนตรงขึ้นมาจากฐานกระถางโดยไม่มีมุมเอียงที่ชันมาก
  • กิ่ง: กิ่งของต้นไม้บอนไซแบบ Moyogi สามารถแตกต่างออกไป แต่โดยทั่วไปแล้ว กิ่งจะเติบโตออกไปตามเส้นโค้งของลำต้นและแบ่งแยกออกจากกันอย่างสวยงาม
  • ราก: รากเริ่มต้นที่ฐานลำต้นและขยายออกไปในทุกทิศทาง เพื่อสนับสนุนต้นไม้ให้ยืนตรงและเสถียร
  • กระถาง: กระถางสำหรับบอนไซแบบ Moyogi มักจะเป็นแบบแคบและยาว ซึ่งเน้นไปที่การโชว์ความงามของต้นไม้มากกว่าการเน้นไปที่ขนาดหรือปริมาณของดิน

รูปแบบ Moyogi เป็นรูปแบบที่ทำให้ต้นไม้มีความรู้สึกของการเติบโตในธรรมชาติ และสะท้อนถึงความสงบสุขและความสวยงามของธรรมชาติ มันเป็นหนึ่งในรูปแบบที่นิยมมากที่สุดและสามารถนำไปใช้กับหลายประเภทของต้นไม้

3 Ikadabuki

“Ikadabuki” หรือ “筏吹き” เป็นรูปแบบหนึ่งของบอนไซที่มีลักษณะเด่นในการจัดเรียงกิ่งต้นไม้ให้นอนราบเหนือดิน หรือคล้ายกับ “ต้นไม้ที่ลอยน้ำ” ในภาษาไทย เราอาจเรียกว่า “รูปแบบต้นไม้พลอย” ความพิเศษของ Ikadabuki คือความสามารถในการสร้างภาพความรู้สึกของธรรมชาติจากมุมมองที่แตกต่าง

รูปแบบ Ikadabuki เป็นรูปแบบที่สามารถนำมาใช้เพื่อแสดงความสวยงามและความรู้สึกของธรรมชาติ โดยเฉพาะในการแสดงถึงภาพของต้นไม้ที่เติบโตริมน้ำหรือริมฝั่ง มันสร้างความประทับใจที่น่ารักและเป็นเอกลักษณ์

4 Kengai

“Kengai” หรือ “懸崖” เป็นรูปแบบของบอนไซที่มีลักษณะเป็น “การห้อยลง” หรือ “Cascade Style” ในภาษาอังกฤษ มันเป็นรูปแบบที่สร้างความรู้สึกของต้นไม้ที่เติบโตบนเนินเขาหรือหินห้อย ซึ่งลำต้นของต้นไม้มีแนวโน้มที่จะเติบโตลงมานอกขอบกระถาง

รูปแบบ Kengai นำเสนอภาพของความอดทนและความแข็งแรงของต้นไม้ในธรรมชาติ โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย เช่น บนเนินเขาหรือหินห้อย มันให้ภาพของความยืนยงและการต่อต้านต่อปัจจัยภายนอก

5 Shari

” Shari” หรือ “シャリ” เป็นรูปแบบของบอนไซที่เน้นไปที่การเปิดเผยส่วนของลำต้นไม้ที่ไม่มีเนื้อไม้ ทำให้เห็นส่วนของเปลือกไม้เปล่า แนวคิดนี้มาจากธรรมชาติ เมื่อต้นไม้ในที่สูงเผชิญกับสภาวะอากาศที่รุนแรง และลมพัดผ่านทำให้บางส่วนของต้นไม้สูญเสียเนื้อไม้ไป แต่ยังคงมีเปลือกไม้คงที่

การสร้าง Shari ในบอนไซเป็นวิธีการเน้นย้ำความเป็นธรรมชาติ และความยืนยงของต้นไม้ มันเป็นศิลปะที่สร้างความรู้สึกของการผ่านพ้นความท้าทาย และการต่อสู้กับธรรมชาติ โดยเฉพาะในบอนไซที่มีรูปร่างและลักษณะเป็นแบบภูเขาหรือที่ร Tough terrains

” Bunjin” หรือ “文人” ซึ่งบ่งบอกถึงรูปแบบ “Literati Style” ในภาษาอังกฤษ ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะและวรรณกรรมของนักประพันธ์และนักวาดภาพจีน ความพิเศษของรูปแบบ Bunjin คือการเน้นย้ำการเติบโตที่แตกต่างและลักษณะที่ดูแปลกปลอมแปลก

รูปแบบ Bunjin เน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติ ความอิสระ และศิลปะที่ไม่ถูกกำหนดโดยกฎเกณฑ์เดิม ๆ มันเป็นการนำเสนอเรื่องราวของต้นไม้ที่มีการเติบโตอย่างอิสระและไม่รับความผูกพันจากธรรมชาติ และประวัติศาสตร์

” Sekijoju” หรือ “石上樹” บ่งบอกถึงรูปแบบ “Stone Clasping” หรือ “Root-over-rock Style” ในภาษาอังกฤษ. ในรูปแบบนี้, รากของต้นไม้บอนไซจะงอกและคลุมบนหิน ดูเหมือนว่ารากของต้นไม้กำลังคลานและซ้อนทับหิน

บอนไซแบบ Sekijoju แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างต้นไม้กับธรรมชาติ และการที่ต้นไม้สามารถเติบโตได้ในสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรค. มันเป็นศิลปะที่แสดงถึงความยืนยง และความสามารถในการปรับตัวของต้นไม้ต่อสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

” Netsunagari” หรือ “根繋がり” บ่งบอกถึงรูปแบบ “Root Connected” หรือ “Connected Roots Style” ในภาษาอังกฤษ. ในรูปแบบนี้, สองต้นไม้หรือมากกว่านั้นจะเติบโตอยู่ใกล้กันโดยมีรากเชื่อมต่อกัน

รูปแบบบอนไซ Netsunagari เป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงระหว่างต้นไม้ที่เติบโตร่วมกัน มันเป็นการแสดงถึงความสัมพันธ์และความเชื่อมโยงในธรรมชาติ และการที่ต้นไม้สามารถร่วมมือกันเพื่อปรับตัวในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย

“Fukinagashi” หรือ “吹き流し” ในภาษาญี่ปุ่น บ่งบอกถึงรูปแบบ “Windswept Style” ในภาษาอังกฤษ. รูปแบบนี้เป็นการเลียนแบบต้นไม้ที่มีการเติบโตในทิศทางหนึ่งเนื่องจากความกระแทกของลมที่แรงและต่อเนื่อง ทำให้เกิดความรู้สึกของการเคลื่อนที่และพลังงาน

รูปแบบบอนไซ Fukinagashi เป็นการแสดงถึงความแข็งแกร่ง ความยืนยง และการปรับตัวของต้นไม้ต่อสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย มันเป็นศิลปะที่แสดงถึงพลังงานของธรรมชาติและความสามารถในการปรับตัวของต้นไม้

” Hokidachi” หรือ “箒立ち” ในภาษาญี่ปุ่น บ่งบอกถึงรูปแบบ “Broom Style” ในภาษาอังกฤษ. รูปแบบนี้มักจะเห็นในต้นไม้ที่มีลำต้นตรงและกิ่งก้านที่แตกออกมาเป็นรูปแบบพัด คล้ายกับแปรงปัด ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “Broom Style”

รูปแบบบอนไซ Hokidachi เป็นศิลปะที่มีความสวยงามในความเรียบง่ายและความสมมาตร. ต้นไม้แบบนี้มักจะเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมมากในโลกของบอนไซ เนื่องจากมันสามารถแสดงถึงความสงบ และความสวยงามของธรรมชาติในรูปแบบที่เรียบง่าย

อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่ : isbonsai.com